fbpx
*ระยะเวลาการรักษาและฟื้นฟูขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคน

chemical peel

เป็นการใช้กรดผลไม้ผลัดเซลล์ผิวหนังบริเวณที่มีปัญหาออกเพื่อปรับปรุงและแก้ไขสภาพโครงสร้างผิวหน้าของคุณโดยที่จะขจัดเซลล์ที่เสียหรือตายแล้วออกไป ซึ่งการทำทรีตเม้นท์นี้จะช่วยแก้ไขให้ผู้ที่มีปัญหาสิว ผิวหน้าหมองคล้ำหรือสภาพสีผิวที่ไม่สม่ำเสมอและริ้วรอยต่างๆให้ดีขึ้นได้ โดยการนำน้ำยา Phenol, กรด Trichloroacetic Acid (TCA) และกรด Alphahydroxy Acids (AHAs) เป็นน้ำยาเคมีที่นิยมนำมาใช้ในการผลัดลอกเซลล์ผิว ซึ่งจะเลือกใช้น้ำยาชนิดใดนั้นขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล และทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย

การผลัดเซลล์ผิวด้วยกรดผลไม้

กรดผลไม้สามารถใช้ได้ทุกส่วนของร่างกายไม่ว่าจะเป็น ใบหน้า ลำคอ หลัง ก้น แขน ขา เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ เช่น

  • ลดริ้วรอยโดยการกระตุ้นคอลลาเจน บริเวณใต้ตา หรือ รอบปาก
  • ลดริ้วรอยที่เกิดจากการทำลายของแสงแดด หรือการขาดการบำรุงทำให้ผิวดูเนียนและแข็งแรงขึ้น
  • กระตุ้นหลุมสิวตื้นๆให้เรียบเนียน
  • กรดผลไม้บางชนิดจะยับยั้ง และ แก้ไขปัญหาสิวทุกประเภท โดยแพทย์ผิวหนังจะเป็นผู้แนะนำให้อย่างถูกต้อง
  • กรดบางตัวจะยับยั้งการสร้างเม็ดสี เช่น กระ ฝ้า ซึ่งทางนิรันดาคลินิกจะรักษาควบคู่กับ เลเซอร์ซึ่งจะทำให้ผลลัพธ์ของการรักษาเป็นที่น่าประทับใจ
  • เพิ่มความนุ่ม เนียน ของผิวทำให้ผิวดูสดใส ลดการหมองคล้ำได้เป็นบริเวณกว้าง

สภาพผิวที่ถูกแสงแดดทำลายถือเป็นปัจจัยเสี่ยงก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้โดยอาการเริ่มแรกจะสังเกตได้จากจุดด่างดำที่มีสะเก็ดแข็ง ซึ่งจุดเหล่านี้ ก็จะถูกทำให้จางไปได้ด้วยการทำ Chemical Peeling อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้จุดด่างดำต่างๆที่เป็นระยะแรกเริ่มของมะเร็งผิวหนังหายไปได้

อย่างไรก็ตามChemical Peeling อาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาการหย่อนคล้อยของแก้มหรือบริเวณถุงใต้ตา หรือผิวหนังที่มีริ้วรอยในระดับลึกๆ ซึ่งปัญหาสภาพผิวเหล่านี้ อาจต้องการการทำทรีตเม้นท์แบบอื่นๆ เช่น การลอกเซลล์ผิวด้วยเลเซอร์ชนิด Carbon Dioxide หรือ Co2 เลเซอร์, ศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า, การยกกระชับคิ้วหรือเปลือกตา การฉีดสารเติมเต็มโดยใช้คอลลาเจนหรือพวกไขมัน ซึ่งทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของคลินิกเราจะเป็นผู้ลงความเห็นว่าทรีตเม้นท์แบบไหนที่เหมาะกับคุณ

ขั้นตอนการทำทรีตเม้นท์ผลัดเซลล์ผิว

ขั้นแรกผิวของคุณจะถูกทำให้สะอาดด้วยน้ำยาเฉพาะที่จะช่วยทำความสะอาดกำจัดสิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกินออกไปจากผิว ขั้นตอนต่อมาก็จะมีการทาน้ำยาเคมีที่ใช้ในการลอกเซลล์ผิว เช่น กรดจำพวก Glycolic, กรด Trichloroacetic, กรด Salicylic, กรด Lactic หรือกรด Carbolic (Phenol) ลงบนผิวของคุณ ซึ่งบางครั้งอาจเลือกใช้น้ำยาเคมีแค่ตัวเดียวหรือหลายตัวก็ได้ กระบวนการนี้จะควบคุมการสร้างเซลล์ผิวใหม่ให้เกิดขึ้นในชั้นผิวหนัง

สภาพผิวหลังทำทรีตเม้นท์ขึ้นอยุ่กับชนิดและน้ำยาของ Chemical Peeling บางรายจะดูเหมือนกับผิวที่ไหม้จากการโดนแดด ทำให้เกิดรอยแดงและผิวลอกออกเป็นขุยๆบางๆภายใน 3-7 วัน โดย Chemical peeling แบบระดับตื้นอาจจะต้องทำซ้ำภายใน 1-4 สัปดาห์เพื่อให้เห็นผลการรักษาที่เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ส่วนการทำ Chemical peeling ระดับปานกลางและระดับลึกอาจทำให้เกิดการพอง หรือเป็นตุ่มน้ำซึ่งน้ำในตุ่มพองนั้นอาจแตกได้ แห้งตกสะเก็ดเป็นสีน้ำตาลและลอกออกภายใน 7-14 วัน ถ้าในกรณีนี้ ผู้ที่ทำ Chemical peeling ระดับกลางและระดับลึกอาจจะต้องทำทรีตเม้นท์ซ้ำภายใน 6-12 เดือน

ตัวผู้เข้ารับการรักษาและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราจะเป็นผู้ช่วยตัดสินใจถึงระดับชั้นความลึกในการทำทรีตเม้นท์ ซึ่งแต่ละบุคคลอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามสภาพผิวและวัตถุประสงค์ในการทำทรีตเม้นท์ ซึ่งหลังจากการทำทรีตเม้นท์ บางทรีตเม้นท์อาจมีการพันผ้าพันแผลเพื่อปิดส่วนของผิวหนังที่ได้รับการรักษา แต่คุณก็สามารถเอาออกได้ภายใน2-3วัน ซึ่งจะช่วยให้ผลในการทำทรีตเม้นท์ดียิ่งขึ้น

สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือคุณต้องหลีกเลี่ยงการโดดแดดหลังจากการเข้ารับการรักษาเนื่องจากผิวที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จะบอบบางและไวต่อการระคายเคืองต่างๆ ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยแนะนำการดูแลและการปฎิบัติตัวหลังการทำทรีตเม้นท์เพื่อช่วยลดอัตราการเกิดสีผิวผิดปกติหลังจากการทำทรีตเม้นท์